|
ประวัติความเป็นมา : ด้วยความเป็นมาของโรงเรียนเหลียนหัว นั้น มีส่วนสัมพันธ์กับประชาชนและสภาพความเป็นอยู่ รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจสังคมและการคมนาคมของชาวจังหวัดนครนายก โดยเฉพาะการก่อตั้งและการบริหารจัดการโรงเรียน พอจะนำมาแยกตามยุคและสมัยได้พอสังเขปดังจะกล่าวต่อไปนี้
|
![]() |
![]() |
ในปี พ.ศ. 2462 ทางการไทยยอมให้เปิดโรงเรียนสอนภาษาจีนได้ และในเขตนครนายกก็มีชาวจีนที่รู้หนังสือจีนอยู่บ้างก็ได้สอนภาษาจีนอยู่ตามบ้านและสถานที่เช่าต่าง อยู่บ้างแล้วหลายกลุ่มหลายคณะ จึงได้มีชาวจีนไหหลำ ได้เปิดโรงเรียน หัวยกหรือวายกขึ้นดำเนินการได้ระยะหนึ่งก็ต้องหยุดกิจการลง ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2471 ก็ได้ขอเปิดดำเนินการต่อแต่ใช้ ชินฮั้ว ได้อีกระยะหนึ่งประมาณแปดปี ก็ต้องหยุดการดำเนินการอีกและต่อมา ก็ขอเปิดดำเนินการอีกครั้งและได้กลับมาใช้ชื่อโรงเรียน หัวยก อีกครั้ง ดำเนินการได้ประมาณแปดเก้าปีก็ต้องหยุดดำเนินการอีก สภาพของโรงเรียน เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว สองหลังมีหลังประธานหันหน้าอาคารโรงเรียนไปทางทิศตะวันออก การเรียนการสอนในสมัยนั้นเปิดสอน ป.1-ป.4 และในช่วงนี้โรงเรียนเริ่มมีนักเรียนมากขึ้นและในช่วงนี้เองที่มีกลุ่มชาวจีนแต้จิ๋วมาบริหารจึงได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น หัวเฉียว |
ในการบริหารโรงเรียนในยุคนี้เจริญก้าวหน้าดีเพราะว่ามีลูกหลานชาวจีนในตลาดและอยู่รอบนอกต่างอำเภอนิยมที่จะนำลูกหลานมาเรียนหนังสือในโรงเรียนจีนแห่งนี้เป็นจำนวนมากและประกอบกับในช่วงนี้ทางการให้ทางโรงเรียนเก็บค่าเล่าเรียนได้ตามที่ทางการกำหนดจึงทำให้ทางโรงเรียนมีเงินพอที่จะบริหารจัดการได้ตลอดมาจนถึง ปี พ.ศ.2505-2512 กิจการโรงเรียนราษฎในเขตเมืองนครนายกเริ่มปิดกิจการลงมากขึ้น เพราะทางการขยายการศึกษาในเขตชนบทอย่างทั่วถึงมากขึ้น และโรงเรียนในจังหวัดก็ขยายชั้นเรียนมากขึ้นประกอบกับชาวตลาดพอมีฐานะก็จะส่งลูกหลานไปเรียนในกรุงเทพฯและอีกประการหนึ่งก็คือในตลาดเดิมนั้นค้าขายไม่ดีและทางเทศบาลได้ย้ายตลาดสดไปอยู่หน้าศาลาเก่าจึงทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องไปขายที่ใหม่และผู้ที่มาซื้อของก็ไปซื้อขายที่ตลาดใหม่เสียส่วนมากจึงทำให้ผู้ที่ค้าขายอยู่ขายไม่ดีก็ย้ายไปทำมาหากินที่อื่นบ้างย้ายไปอยู่ที่ตลาดใหม่บ้าง นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้นักเรียนน้อยลง
|
![]() |
![]() |
ส่วนชาวแต้จิ๋วเช่าที่และบ้านอยู่ในที่ชุมนุมชนเปิดโรงเรียน หัวเฉียว และได้เปิด ๆ ปิด ๆอยู่หลายครั้งจนเจ้าของที่และอาคารเลิกให้เช่า จึงได้ย้ายไปใช้สถานที่โรงเจ สอนอยู่ระยะหนึ่งถึงสองปี |
ในช่วงเริ่มต้นของโรงเรียนเหลียนหัว ปี 2489 ได้มีคณะกรรการบริหารคือนายใจเอี่ยม แซ่ตั้ง,นายจวง จันทร์รัตน์,นายชาญ ตรีสุวรรณ และคณะกรรมการอื่นๆ ซึ่งเป็นชาวจีนในตลาดนครนายกจนถึง พ.ศ.2497 นายใจเอี่ยม แซ่ตั้ง ได้มาบริหารโรงเรียนต่อจนถึง 1 พฤษภาคม พ.ศ.2502 นายชาญ ตรีสุวรรณได้มารับมอบกิจการต่อและได้มอบให้นายจวง จันทร์รัตน์ดำเนินการแทนในฐานะเป็นเจ้าของและผู้จัดการ จนถึงวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2506 นายจวง จันทร์รัตน์เป็นประธานคณะกรรมการอีกด้วยในระหว่างนี้เอง นายเอี่ยม แซ่ตั้ง นายซุ่นเห่า แซ่อึ้ง นายแคง พาณิชตระกูล นายใช้ชุ้น แซ่อึ้ง และคณะกรรมการได้ร่วมกันหาเงินสร้างรั้วโรงเรียน คอนกรีตเสริมเหล็ก และซ่อแซมอาคารเรียนที่ทรุดโทรมมากให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้จน ถึงพ.ศ. 2520 เริ่มหาทุนสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 12x36 เมตร 1 หลัง และ สร้างอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้ กว้าง10x36เมตร1หลัง และทำหลังคากระเบื้องกว้างประมาณ12x36เมตรเชื่อมต่ออาคารทั้งสองหลังเข้าด้วยกัน การบริหารจัดการของโรงเรียนเหลียนหัว ช่วงพ.ศ.2528-พ.ศ.2531ช่วงนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของทางโรงเรียนเพื่อให้โรงเรียนมีการศึกษาที่ดีขึ้น และเป็นการหาทางหารายได้มาจุนเจือโรงเรียนให้อยู่ได้ด้วยและประกอบกับทางรัฐบาลกำหนดนโยบายให้มีการศึกษาฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายประกอบกับโรงเรียนของรัฐบาลที่อยู่ใกล้เคียงเปิดรับนักเรียนมากขึ้น กับความเชื่อมั่นทางการศึกษาของโรงเรียนน้อยลงด้วย จึงทำให้โรงเรียนต้องหาทางจัดการให้โรงเรียนนั้นอยู่ให้ได้ ในขั้นนี้ได้มีกิจกรรมการหาเงินค่าใช้จ่ายการศึกษา โดยหลายวิธี ดังนี้ |
1.จัดงานประจำปีของโรงเรียน |
จนกระทั่ง ปี 2532-2533 ทางคณะกรรมการได้รับการแนะนำจากทางส่วนราชการ ว่าควรจะจัดตั้งให้โรงเรียนเป็นของมูลนิธิ และมีที่ดินเป็นของโรงเรียน ทางโรงเรียนจะได้รับเงินอุดหนุนเต็มมากขึ้นในขณะทางโรงเรียนเหลียนหัวไม่มีเงินพอที่จะตั้งมูลนิธิได้ประกอบกับประทานคณะกรรมการและคณะกรรมการโรงเรียนฯ คือ นายชุนเห่า แซ่อึ้ง และ พ.ต.ต.บุญมี โพธิ์ทอง เป็นคณะกรรมการของโรงเจ บ่วง เธง ฮก ซิ่ว ติ้ว ตลาดเก่าด้วย จึงได้หาลือและได้นำเงินของโรงเจเพื่อก่อตั้งมูลนิธิ เพื่อส่งเสริมการศึกษาและสาธารณะกุศลโรงเจนครนายก ขึ้น จนสำเร็จ จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการ ของส่วนสาธารณะกุศลต่างๆของจังหวัดนครนายก ประกอบด้วยผู้แทนของ พุทธสมาคมสว่างอริยธรรมสถานเม้งมุ้ยตั้ว ผู้แทนโรงเจบ่วง เธง ฮก ซิ่ว ติ้ว,และมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสาธารณะกุศลโรงเจนครนายก ผู้แทนของศาลเจ้าแม่ทับทิมศรีนาวา ,ผู้แทนของศาลเจ้าพ่อตลาดเก่า,ผู้แทนของศาลเจ้าพ่อหลักเมือง,ผู้แทนของศาลเจ้าพ่อองครักษ์,ผู้แทนของมูลนิธิส่งเสริมสามัคคีบ้านนาและศาลเจ้าพ่อบ้านนา และในที่ประชุมก็มอบหมายให้ทางพุทธสมาคม ได้แต่งตั้งคณะกรรมการของพุทธสมาคมให้เป็นประธานโรงเรียนเหลียนหัวและรองคณะผู้แทนส่วนสาธารณะกุศลต่างๆให้การสนับสนุนในด้านค่าใช้จ่ายตามสมควร |
มูลนิธิได้ก่อตั้งเสร็จเมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ.2548 มูลนิธิโรงเรียนเหลียนหัว ได้รับใบอนุญาต เลขที่ นย.01/2548 โดยมีคณะกรรมการประกอบด้วย 1.นายสมนึก ปิยวรานนท์ ประธานมูลนิธิ |
ข้อมูลได้จากคำบอกเล่าของ นายฉลอง โรจนาปิยาวงศ์ อดีตประธานกรรมการโรงเรียนเหลียนหัว |
webmaster : somkid @ wonvimon.co.th |
|
|